[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์..โรงเรียนนามนพิทยาคม ...โรงเรียนต้นแบบ ๑ อำเภอ ๑ โรงเรียนในฝัน
๏ฟฝิน๏ฟฝีต๏ฟฝอน๏ฟฝับ๏ฟฝุณ ๏ฟฝุค๏ฟฝลท๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ    
IP ๏ฟฝอง๏ฟฝุณ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ 52.91.39.106     
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 45 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ลิงค์ที่น่าสนใจ
e-Learning
e-Learning
e-Learning

Facebook Namonpit
บทเพลง นามนพิท

เพลง มาร์ชนามนพิท

เพลง นามนพิท ที่ ๆ เราอยู่

เพลง เพราะโลกร้อน

เครือข่ายครูนามนพิทฯ


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
แผลในกระเพาะอาหาร  VIEW : 141    
โดย ดร. ภัทร

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 118
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 8
Exp : 77%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 43.249.60.xxx

 
เมื่อ : อังคาร ที่ 26 เดือน กันยายน พ.ศ.2560 เวลา 14:50:06    ปักหมุดและแบ่งปัน



แผลในกระเพาะอาหาร



แผลในกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer) คือ แผลที่เกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุของกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น อาการที่พบได้บ่อยคือปวดท้อง มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร หรือการใช้ยาแก้ปวดต้านการอักเสบในกลุ่มเอ็นเสดเป็นเวลานาน เช่น แอสไพริน ไอบูโปรเฟน เป็นต้น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดอาจทำให้อาการแย่ลงได้ แผลในกระเพาะอาหารพบมากในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หากปล่อยไว้แล้วไม่ได้รับการรักษาจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้



อาการของแผลในกระเพาะอาหาร



 



อาการสำคัญของโรคแผลในกระเพาะอาหารคือ ปวดท้องหรือแสบที่กระเพาะอาหาร มักมีอาการตอนท้องว่างหรือประมาณ 2-3 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร อาจตื่นกลางดึกจากอาการปวดหรือแสบท้อง อาการจะดีขึ้นเมื่อรับประทานอาหารหรือยาลดกรด และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยดังต่อไปนี้



 



แสบร้อนกลางอก



คลื่นไส้ อาเจียน



หายใจลำบาก



รู้สึกจะเป็นลม



น้ำหนักลดลง



เบื่ออาหาร



อาหารไม่ย่อย



เรอ แน่นท้อง หรือท้องอืด หลังรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง



ควรไปพบแพทย์หากพบอาการข้างต้นหรือมีอาการปวดอีกครั้งหลังรับประทานยาลดกรด และควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนหากอาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด รู้สึกเจ็บแปลบที่ท้อง หรือมีอาการแย่ลง



สาเหตุของแผลในกระเพาะอาหาร



 



ในระบบทางเดินอาหารจะมีชั้นเมือก (Mucous) เคลือบอยู่ หากปริมาณของน้ำเมือกและกรดไม่สมดุลกัน จะทำให้เกิดแผลที่เยื่อบุของกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นได้ โรคแผลในกระเพาะอาหารมีหลายสาเหตุดังต่อไปนี้



 



เชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร (H. Pylori) จะอาศัยอยู่ในเยื่อบุกระเพาะอาหาร เป็นสาเหตุให้เกิดการระคายเคืองและเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเสียหายจากกรดในกระเพาะอาหาร ติดเชื้อได้กับทุกวัย แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเพราะเหตุใดผู้ป่วยบางรายจึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไรได้มากกว่าผู้ป่วยรายอื่น ๆ



การใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) นาโปรเซน (Naproxen) รวมถึงยาแก้ปวดต้านการอักเสบในกลุ่มยาเอ็นเสด (NSAIDs) อื่น ๆ เป็นเวลานาน ทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่ใช้ยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อม รวมถึงการใช้ยาแก้ปวดต้านการอักเสบในกลุ่มเอ็นเสดร่วมกับยาชนิดอื่น ๆ ได้แก่



ยาสเตียรอยด์ (Steroids)



ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น เฮพาริน (Heparin) วอร์ฟาริน (Warfarin)



ยารักษาโรคซึมเศร้า (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors: SSRIs) เช่น ไซตาโลแพรม (Citalopram) ฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) ฟลูวอกซามีน (Fluvoxamine) พาร็อกซีทีน (Paroxetine) เซอร์ทราลีน (Sertraline)



ยารักษาโรคกระดูกพรุน เช่น อะเลนโดรเนท (Alendronate) ไรซีโรเนต (Risedronate)



ปัจจัยอื่น ๆ และพฤติกรรมบางอย่าง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ เช่น



การสูบบุหรี่



การดื่มแอลกอฮอล์



การรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด



ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป



พบได้มากขึ้นในผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร



ผู้ที่มีระดับแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia)



แผลในกระเพาะอาหาร



Honestdocs



 [url]https://www.honestdocs.co/stomach-ulcer-acid[/url]



 [url]https://www.honestdocs.co[/url]